สำนักงานสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ที่เมืองเจนีวา ในสวิตเซอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ ในสัปดาห์นี้ เกี่ยวกับการที่ระบบ “อินเทอร์เน็ตเกตเวย์แห่งชาติ” ของกัมพูชา กำลังจะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.นี้ “จะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างร้ายแรง ต่อเสรีภาพในการใช้งานอินเทอร์เน็ต การปกป้องสิทธิมนุษยชน และความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมในกัมพูชา”

เมื่อโครงการดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย รัฐบาลกัมพูชาจะสามารถเข้าถึงประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชาชนทุกคนในประเทศ ปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์สำหรับบุคคลกลุ่มใหญ่ และสามารถจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของบุคคลใดก็ตามได้อย่างจำเพาะเจาะจง ซึ่งยูเอ็นมองว่า ในโลกยุคนี้ ผู้ใดก็ตาม “ควบคุม” อินเทอร์เน็ต ผู้นั้นสามารถควบคุมและมีอิทธิพลเหนือสังคมนั้นได้โดยปริยาย

ต่อมา สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ มีใจความสำคัญ ว่ากฎหมายอินเทอร์เน็ตเกตเวย์แห่งชาติ เกิดขึ้นและจำเป็นต้องบังคับใช้ ด้วยความจำเป็น ความเหมาะสม และเป็นไปตามหลักการพื้นฐานทางกฎหมายทุกประการ

ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงนามในกฎหมายอินเทอร์เน็ตเกตเวย์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2564 ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับ “เดอะ เกรต ไฟร์วอลล์” ของจีน นั่นคือ การที่รัฐมีอำนาจเด็ดขาด ในการเป็นผู้ควบคุมและจัดระเบียบการจราจรบนโลกออนไลน์ “เพื่อความมั่นคงของชาติ และเพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม” แม้เผชิญกับเสียงคัดค้านอย่างหนักจากหลายฝ่ายในประเทศ ว่าเป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร